There Will Be Blood
ผู้กำกับ: Paul Thomas Anderson
*เรื่องนี้มีฉายเฉพาะที่ ลิโด้ เท่านั้น
คุณมีความโลภอยู่ในตัวเองรึเปล่า ?
ขึ่นหัวมาแบบนี้ อาจฟังดูแปลกๆ และที่จริงมันไม่น่าจะเป็นคำถามด้วยซ้ำ ความโลภ เป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่ในตัว จะมาก จะน้อย ต่างกันไป และบางที มันอยู่ที่การแสดงออกด้วย ส่วนหนึ่ง บางคนโลภมาก แสดงออกมามาก บางคนโลภมากเหมือนกัน แต่ไม่แสดงออก ผมเองก็มีความโลภอยู่ในตัว ยอมรับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างทะเยอทะยานอยู่พอสมควร แต่ถ้าเทียบกับตัวละคร 2 ตัวในเรื่องนี้ละก็ เทียบไม่ติดเศษเสี้ยวเลยครับ
หนังเรื่องนี้ใช้ฉากของเรื่องอยู่ที่ประมาณปี 90 ช่วงนั้นเป็นยุคตื่นน้ำมันมาก ในอเมริกา ตัวละครหลักของเรื่องคือ Daniel Plainview โดยที่ในเรื่องนี้เค้าบอกว่าตัวเองนั้นเป็น นักขุดน้ำมัน หน้าที่ของนักขุดน้ำมันก็คือ ตระเวนไปทั่วเพื่อหาที่ๆมีน้ำมันอยู่ และเมื่อพบแล้ว ก็ทำการเจรจากับเจ้าของที่ จะซื้อ หรือ เช่า ก็แล้วแต่กรณี ซึ่งในเรื่องนี้ Daniel เดินทางไปพร้อมกับ ลูกบุญธรรม คนหนึ่งซึ่ง พ่อเค้าเป็นหนึ่งในคนงานเหมือง ได้เสียชีวิตไป Daniel จึงได้รับมาเลี้ยงดูเหมือนลูก เด็กคนนี้ชื่อ H.W. Plainview ซึ่งดูเผินๆแล้ว อาจจะคิดว่า คุณ Daniel คนนี้ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน รับเด็กมาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆของตัวเอง ซึ่งแท้จริงแล้ว มันกลับไม่ได้เป็นเช่นที่เห็นเลย แต่ก่อนอื่น ผมต้องบรรยายลักษณะของตัวละครหลักของเรื่องซะก่อน Daniel โดยนิสัยแล้ว เป็นคนช่างพูด ช่างเจรจา สุขุมเยือกเย็น กล้าได้กล้าเสีย และที่สำคัญ เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงมาก ซึ่งเป็นบุคลิกที่เหมาะมากๆกับงานขุดน้ำมันนี้ เพราะงานแบบนี้เต็มไปด้วยการเจรจา การตัดสินใจ ซึ่งถ้าว่ากันแบบตรงๆแล้ว คนลักษณะนี้ กับงานลักษณะนี้ มาคู่กัน ไม่ได้ถือเป็นความผิดอะไร ใช่ แน่นอน ความผิดที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้หมายถึงแค่ความผิดทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงความผิดทางจริยธรรม ซึ่งค่อนข้างซับซ้อน
Daniel ในเรื่องนี้ เริ่มต้นด้วยการเป็นแค่ คนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งบังเอิญ (หรืออาจจะตั้งใจ) ไปพบกับเหมืองเงินเข้า และอาจเป็นเพราะมูลค่าของมันยังไม่เพียงพอกับ ความต้องการ(!?) ของตัว Daniel เอง ทำให้หันเหมาทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันแทน โดยตอนแรกก็เป็นเพียงแค่คนงานในบ่อธรรมดา แต่ด้วยความสามารถ+สันดาน(นิสัย) ทำให้ Daniel ก้าวขึ่นสู่ตำแหน่งเจ้านาย ได้อย่างรวดเร็ว โดยมี H.W. ค่อยประกบติดตัวตลอดเวลา โดย Danielนั้นมี หลักการ(!?) ประจำตัวอยู่อย่างหนึ่งนั้นคือ ธุรกิจที่เค้าทำอยู่นั้น เหมือนเป็นธุรกิจครอบครัว เราดูแลกันเหมือนครอบครัว อย่างที่ได้เห็นว่า Daniel มักจะพาลูกไปด้วยเสมอๆ ซึ่งดูๆไปแล้ว เส้นทางในอาชีนี้ของ Daniel นั้นดูจะไปได้สวยดีเดียว แต่มันก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เมื่อวันหนึ่ง เด็กคนหนึ่งชื่อ Paul เดินทางมาหา Daniel แล้วบอกว่า ที่ดินที่ตนอาศัยอยู่นั้น มีน้ำมันอยู่ และเพื่อแลกกับข่าวนี้ เด็กหนุ่มขอเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าตอบแทน และจุดนี้เองที่เป็น การเริ่มต้นของเรื่องจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อ หมู่บ้านๆหนึ่ง มีการทำเหมืองเกิดขึ่น ย่อมมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้าน เป็นธรรมดา และความขัดแย้งตรงนี้เองที่เกิดเป็นปมปัญหา และนำไปสู่ตอนจบที่ เอ๊ะ ลืมไป ผมพูดไม่ได้ ซึ่งความขัดแย้งตรงนี้จะถูกนำเสนอผ่านตัวละครหลายตัว แต่มีที่สำคัญๆอยู่คนหนึ่ง นั้นก็คือ Eli Sunday คนๆนี้ ทำงานอยู่ที่โบสท์ น่าจะคล้ายๆบาทหลวง ประจำหมู่บ้าน Eli คนนี้ก็มี หลักการ(!?) ประจำตัวเช่นกัน คือ ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า นั้นเอง ซึ่งดูภายนอกแล้วดูเป็นคนที่เคร่งศาสนาคนหนึ่ง ซึ่งความจริงนั้น … คุณต้องไปติดตามดูในหนังเอง ถ้าผมเล่าหมด ก็ไม่ต้องดูกันพอดี
อย่างที่ขึ่นหัวไว้ตอนแรก หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับ ด้านมืดในจิตใจมนุษย์ นั้นคือ ความโลภ ความทะเยอทะยาน ซึ่งในการนำเสนอตรงนี้ หนังทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านการแสดงของ Daniel และ แน่นอน เรื่องนี้จะจืดไปเลย ถ้าปราศจาก ปมความขัดแย้งของตัวละคร ซึ่งตรงส่วนนี้ Eli สามารถทำได้ยอดเยี่ยมมากเลย และแน่นอน แค่ตัวละคร 2 ตัว คงไม่ทำให้เรื่องมันดูเจ๋งขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ บทดีๆ สถานที่สวยๆ เพลงประกอบเพราะๆ และแน่นอน ผู้กำกับเก่งๆ หนังเรื่องนี้สามารถเติมเต็มองค์ประกอบเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วนเต็มเปี่ยมจนเกือบจะล้นเอาด้วยซ้ำไป
โดยรวมแล้ว หนังเรื่องนี้ ใครบ้างที่ควรจะไปดู ผมว่าทุกคนควรไปดู เพราะว่าทั้งประเด็นที่หนังสื่อออกมา ในเรื่องของความโลภ ความทะเยอทะยาน ความเคียดแค้น การล้างแค้น การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การปกปิดเจตนาที่แท้จริง ทั้งหมดนี้ ผมว่ามันดูคุ้นๆมากๆเลยนะ เหมือนกับว่ามันอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง ก็แนะนำให้ไปดูกันครับ แม้หนังอาจจะทำความเข้าใจไม่ง่ายนัก แต่ผมเชื่อว่า ดูแล้วคุณอาจจะรู้จักตัวเองและคนรอบข้างมากขึ่นก็เป็นได้
สิ่งที่ชอบ
1. ประเด็น ความโลภ ความทะเยอทะยาน ความขัดแย้ง การบังหน้า สื่อออกมาได้คมคาย และ จริง อย่างที่สุด
2. ตัวละคร Daniel Day-Lewis และ Paul Dano เล่นดีระดับที่ เป็นที่จดจำไปอีกนานแสนนาน ทั้งฉากในโบสท์และฉากในบ้านตอนท้าย รวมไปถึงตัวละครตัวอื่นๆก็เช่นกัน
3. ภาพ ฉากทะเลทรายที่รกร้าง ว่างเปล่า ฉากความลำบากของการขุดเหมือง และอีกหลายๆภาพที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นในระยะที่ชัดเจนขนาดนี้
4. เพลงประกอบ ผมพึ่งได้มารู้จากในเครดิตว่า คนทำเพลงประกอบเรื่องนี้คือ Jonny Greenwood มือกีต้าร์ของวงดนตรีที่เป็นที่โปรดปรานที่สุดของผม Radiohead
5. เทคนิค การเล่าเรื่องโดยใช้แค่ภาพในช่วงแรก การตัดสลับเรื่องไปมา การทิ้งให้คนดูคิดเอาเองในหลายๆฉาก
6. ฉากจบ
7. ผู้กำกับ องค์ประกอบดีๆทั้งหลาย จะไม่มีทางรวมกันออกมาดีได้ ถ้าขาดผู้กำกับ เหมือนกับอาหารที่มีวัตถุดิบชั้นเยี่ยม แต่ขาดการปรุงจากพ่อครัวที่มีฝีมือ อาหารจานนั้นก็ไม่มีทางจะออกมาดีได้
8. ทีมึง กูไม่ถือ ทีกู มึงอย่าบ่น (ฮา) ต้องไปดูครับ จะเข้าใจประโยคนี้
9. ประเด็นเสียดสี อเมริกา เรื่องน้ำมัน ถูกใจมาก



ผมดูเสร็จแล้วเครียด
เลยต้องมาหาอาหารสมองและแนวร่วมความคิด
Daniel มีความมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ
แต่แรงขับไปสู่ความสำเร็จนั้น
ไม่แคร์ต่อ คุณธรรม จริยธรรม
Eli เป็นนักบวช สร้างภาพ เรียกศรัทธาจอมปลอม
เราเห็นฝันที่ต่างระหว่างคนสองคน
คนจำพวก พวกนี้มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย
ซึ่งคนทุกคน มีกรรมที่ใช้
ทำอะไรก็ได้อย่างนั้น
หรือมี กรรมที่ต้องชดใช้
Daniel แก่ลง แม้มีเงิน แต่ต้องโดดเดี่ยว
Eli หมดเงิน และ ต้องมาตาย
เครียดกับดนตรี ประกอบ
ที่ทำให้ห้วใจ เฝ้าคอยดูความเป็นไปของเนื้อเรื่อง
หนังยาว มีเอกลักษณ์เฉพาะ สมควรได้ ออสการ์ 2 รางวัล
ชอบครับ
ให้ 4 ดาว